ศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดอัมพวัน (หลวงพ่อจรัล) จ.สิงห์บุรี

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐

โทร. ๐-๓๖๕๙-๙๓๘๑

ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

การเตรียมตัวไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน

ผู้ปฏิบัติควรจะเตรียมตัวดังต่อไปนี้
๑. ชุดปฏิบัติธรรมสีขาว
ชาย กางเกงขายาวสีขาว เสื้อแขนสั้นสีขาว
หญิง เสื้อแขนยาว ผ้าถุงสีขาว สไบสีขาว
ในกรณีที่ท่านไม่สามารถหาชุดขาวได้ ทางวัดมีให้ยืม ครบทุกอย่าง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่
อย่างใด
๒. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่แสดงเฉพาะบุคคล
๓. ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น (ควรงดเว้นการสวมใส่เครื่องประดับ) แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่
เป็นต้น
๔. ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหลวงพ่อพระธรรมสิงหบุราจารย์ ได้
เป็นผู้อนุเคราะห์ในเรื่องของที่พักพร้อม โดยท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ขอ
เพียงตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเดียว
“ถ้าท่านตั้งใจปฏิบัติธรรมโดย กินน้อย พูดน้อย นอนน้อย ทำความเพียรให้มาก
แล้ว ไม่สนใจใครทั้งหมด ตัดปลิโพธกังวลให้หมด (พระว้าภวังค์ ห่วงโน้น ห่วงนี่ ห่วงนั้น)
ท่านจะไม่ขาดทุน”

เคล็ดลับไปสู่ความสำเร็จ

๑. ศรัทธาต่อครูบาอาจารย์และแนวทางที่ปฏิบัติ
๒. มีความเพียรยิ่ง ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก
๓. รักษาวินัยในการปฏิบัติให้เคร่งครัด
๔. มีจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวตาย
- แม้ว่าจะปวดเมื่อยจนตายก็ยอม
- แม้ว่าจะขาดใจตายก็ยอม
- ธรรมวิเศษอยู่เลยความตายไปนิดเดียว
- ยังไม่มีใครตายไปเพราะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ระเบียบปฏิบัติ

สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม
ณ สำนักปฏิบัติธรรมฝ่ายคฤหัสถ์
วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี

“การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าเจริญสติปัฏฐาน ๔ ขันธ์ห้า รูป นาม
เป็นอารมณ์ เราจะรู้วาระจิตของคนได้ รวมหน่วยกิจไว้วันละเล็กละน้อย ไม่ได้หมายความว่าว่าง
แล้วมาเจริญนะ การทำงานเขียนหนังสือ กำหนดด้วย ตาเห็นรูปก็กำหนดเห็นหนอ ๆๆ ราคาหลาย
แสนนะจากยืนหนอ ๕ ครั้ง ตั้งแต่ปลายผมลงมา ปลายเท้าขึ้นไป ๕ ครั้ง แล้วเราก็ดูคนอื่นอย่างนั้น
มันเห็นด้วยปัญญา เดินเข้ามาแล้ว ใครหนอ เห็นหนอ ปัญญาบอกว่า คนนี้นิสัยไม่ดี คบไม่ได้ จะไม่
ผิด้วย เดินเข้ามาอีก จะรู้เลยว่า มาเอาอะไร ตอบออกมาทันที สติบอก สัมปชัญญะรู้… แน่นอน
สัมปชัญญะออกมาสัมผัส เกิดปัญญา สติบอก…อย่างท่านทำงานอยู่ในกรม หรือทำงานอย่างอื่นก็
ตามมันจะบอกลักษณะการออกมาทุกรูปแบบว่า คนนี้คบได้หรือไม่ เป็นนักธุรกิจเข้าหุ้นทำธุรกิจ
ด้วยได้ไหม? อะไรทำนองนี้ อันนี้เป็นเทคนิคอันหนึ่ง ท่านทั้งหลายเอ๋ย ถ้าปฏิบัตินะหมั่นสวดมนต์
ไหว้พระ แล้วเดินจงกรมแล้วนั่งเจริญพระกรรมฐาน”

ผู้ที่สมัครเข้ามาปฏิบัติธรรม ณ สำนักปฏิบัติฝ่ายคฤหัสถ์ควรทำความเข้าใจในระเบียบ
ปฏิบัติ ดังนี้

๑. ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องแจ้งความจำนงต่ออาจารย์ผู้ปกครองซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล
อำนวยความสะดวก และรับลงทะเบียนโดยจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสับเปลี่ยนกันมา
ทำหน้าที่จัดที่พัก แนะนำขั้นตอนแก่ผู้มาใหม่
๒. ต้องแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัครซึ่งทางสำนักจัดเตรียมไว้ให้
ต้องมีบัตรประชาชน หรือใบสำคัญแสดงสัญชาติอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี เพื่อ
แสดงแก่อาจารย์ผู้ปกครองของสำนักจนเป็นที่พอใจ
๓. จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า จะอยู่ปฏิบัติกี่วันดังนี้
๓.๑ ผู้เข้าปฏิบัติธรรม ๗ วัน ทางสำนักจะรับสมัครในวันโกน (ก่อนวันพระ ๑
วัน) โดยต้องอยู่ปฏิบัติธรรมต่อเนื่อง ๗ วัน
๓.๒ ผู้ปฏิบัติธรรม ๓ วัน ทางสำนักจะรับสมัครทุกวันศุกร์ ต้องอยู่ปฏิบัติธรรม
วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์
๔. ผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งไม่มี
ผู้ปกครองมาด้วย (ยกเว้นได้รับอนุญาต) ผู้ป่วยโรคจิต โรคติดต่อ โรคที่สังคมรังเกียจ

หรือมีอวัยวะไม่สมบูรณ์ และผู้ที่บวชเพื่อแก้บน ทางสำนักไม่สามารถรับไว้ปฏิบัติ
ธรรมได้
๕. หากนักปฏิบัติยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับอนุญาตจากมารดา บิดา สามี หรือ
ผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัคร
๖. สำหรับผู้ที่มาลงทะเบียน ในช่วงเช้าหรือก่อน ๑๗.๐๐ น. ควรเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน
หรือทำกิจต่างๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อนเมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็น จึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย
เป็นชุดปฏิบัติธรรมสีขาวแบบสุภาพเรียบร้อย ไม่มีลวดลายหรือเครื่องประดับ และไม่
สวมใส่ลูกประคำ เมื่อท่านแต่งชุดขาวแล้วห้ามออกไปนอกเขตภาวนา และห้ามไป
รับประทานอาหาร
๗. ให้ผู้ปฏิบัติมาพร้อมกัน ณ ศาลาคามวาสี (ศาลาหลวงพ่อเทพนิมิต) อยู่ตรงข้ามศาลา
ลงทะเบียน เวลา ๑๘.๐๐ น. หรือที่นัดหมาย ที่เจ้าหน้าที่จัดตามความเหมาะสม เพื่อทำ
พิธีขอศีลแปดจากพระภิกษุที่ได้รับนิมนต์ไว้ โดยเจ้าหน้าที่จะได้จัดเตรียมดอกไม้ ธูป
เทียนไว้ให้ผู้ปฏิบัติใช้ในพิธี
๘. การปฏิบัติธรรมแบ่งออกเป็น ๔ ช่วงในแต่ละวัน ดังนี้
ช่วงแรก ๐๔.๐๐ น. – ๐๖.๓๐ น.
ช่วงที่สอง ๐๘.๐๐ น. – ๑๑.๐๐ น.
ช่วงที่สาม ๑๓.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น.
ช่วงที่สี่ ๑๘.๐๐ น. – ๒๑.๐๐ น.
๙. ผู้ปฏิบัติต้องมาพร้อมกันที่ศาลาปฏิบัติของสำนัก ตามเวลาที่กำหนด โดยฟังจาก
สัญญาณระฆัง ใช้ศาลาเป็นที่นั่งกรรมฐานและบริเวณรอบนอกศาลาเป็นที่เดินจงกรม
๑๐. ขั้นตอนการปฏิบัติ เมื่อผู้ปฏิบัติมาพร้อมกันตามเวลาในการปฏิบัติช่วงแรก ณ สถานที่
ปฏิบัติแล้ว หัวหน้าจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นำสวดมนต์ กราบพระประธานแล้ว
จึงเริ่มปฏิบัติธรรม โดยการเดินจงกรมก่อน ๓๐ นาที แล้วเปลี่ยนอิริยาบถ เข้ามานั่ง
กรรมฐาน ๓๐ นาที สลับกันไปจนครบเวลาปฏิบัติที่กำหนด ส่วนเวลาในการปฏิบัติ
๓๐ นาที ที่กำหนดให้นี้ ผู้ปฏิบัติอาจปรับให้มากหรือน้อยกว่า ๓๐ นาทีตามความ
เหมาะสมของสภาวะอารมณ์
๑๑. ก่อนถึงเวลาพักทุกช่วง ผู้ปฏิบัติธรรมควรอยู่ในอิริยาบถของการนั่งกรรมฐาน ทั้งนี้
เพราะเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติในแต่ล่ะช่วง จะได้แผ่เมตตาต่อไปโดยไม่เสียสมาธิจิต
๑๒.เมื่อแผ่เมตตา (สัพเพ สัตตา…) เสร็จแล้ว นั่งพับเพียบประนมมือ เพื่ออุทิศส่วนกุศลผล
บุญในการปฏิบัติแก่ มารดา บิดา ญาติพี่น้อง เทวดา เปรต และสรรพสัตว์ทั้งหลาย (อิ-
ทัง เมมาตาปิตูนัง โหตุ…) จากนั้นลุกขึ้นนั่งคุกเข่าสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะ
ระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา…) กราบพระประธาน

๑๓. การให้ความรู้สำหรับผู้ที่มาใหม่ อาจารย์หรือหัวหน้าผู้ได้รับมอบหมาย จะเป็นผู้ให้
คำแนะนำการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น ช่วงแรกเสร็จเวลาประมาณ
๐๖.๓๐ น. ผู้ปฏิบัติธรรมที่ไม่เข้าใจ หากมีข้อสงสัยใดๆ อาจใช้ช่วงเวลานี้สอบถามขอ
ความรู้ได้
๑๔. ห้ามคุย บอก หรือถามสภาวะกับผู้ปฏิบัติ เพราะจะเป็นภัยแก่ผู้ที่กำลังปฏิบัติทั้งต่อ
ตนเองและผู้อื่น โดยจะทำให้อารมณ์ฟุ้งซ่านและเพ้อเจ้อ หากมีความสงสัยในข้อวัตร
ปฏิบัติอย่างไรแล้ว ให้เก็บไว้สอบถามครูผู้สอน ห้ามสอบถามผู้ปฏิบัติด้วยกันเป็นอัน
ขาด
๑๕. ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ก็ให้พูดเบาๆ ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ แต่ไม่ควรพูดนาน
เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านทั้งผู้พูดและผู้ฟัง และทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า
๑๖. ถ้ามีเรื่องที่จะพูดกันนาน ต้องออกจากห้องกรรมฐานไปพูดในสถานที่อื่น ห้ามใช้ห้อง
ปฏิบัติรับแขก
๑๗. ขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติ ห้ามอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ เรียนหนังสือ ฟัง
วิทยุ ดูทีวี ตลอดจนสูบบุหรี่ เคี้ยวหมาก
๑๘. ผู้ปฏิบัติจะต้องไม่เสพเครื่องดองของมึนเมา หรือนำยาเสพติดทุกชนิดเข้ามาในบริเวณ
สำนักเป็นอันขาด
๑๙. นักปฏิบัติต้องระลึกเสมอว่า เรามาปฏิบัติเพื่อยกระดับจิต ขัดเกลากิเลสตัณหาให้เบา
บางลง มิใช่มาเพื่อหาความสุขในการอยู่ดี กินดี จึงต้องใช้ความอดทนเป็นพิเศษต่อ
ความไม่สะดวกและสิ่งที่กระทบกระทั่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องทดสอบความ
อดทนและคุณธรรมของนักปฏิบัติว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด
นักปฏิบัติต้องเข้าอบรมรับศีล ประชุมพร้อมกันในอุโบสถหรือศาลาที่จัดไว้ตาม
เหมาะสมกับจำนวนนักปฏิบัติ ในวันพระ
หากผู้ปฏิบัติเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้น ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว เพื่อหาทางช่วยเหลือ
ตามสมควรแก่กรณี ไม่ควรละการปฏิบัติในเมื่อไม่มีความจำเป็น
ห้องหรือกุฏิที่จัดไว้เป็นห้องปฏิบัติ เฉพาะพระสงฆ์ดีหรือห้องที่จัดไว้เฉพาะนัก
ปฏิบัติที่เป็นบุรุษดี สตรีก็ดี ห้ามไม่เพศตรงข้ามเข้าไปนอน หรือใช้ห้องส้วมนั้นเด็ดขาด
๒๐.การเข้านั่งในอุโบสถ ให้ผู้ปฏิบัติธรรมนั่งหันหน้าไปทางพระประธาน โดยสังเกตการ
นั่งให้เป็นแถวขนานไปกับพระสงฆ์
๒๑.เมื่อถึงบริเวณพิธี ให้คอยสังเกตสัญญาณการนั่ง การกราบ จากอาจารย์ผู้นำ ทั้งนี้เพื่อ
ความพร้อมเพรียงเป็นระเบียบและเจริญตาแก่ผู้พบเห็น
๒๒. การออกนอกบริเวณสำนักโดยการพิธีทุกครั้ง อาจารย์ผู้ปกครองจะเป็นผู้นำไปทั้ง
ไปและกลับ ให้เดินเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งตามลำดับอาวุโส ด้วยอาการสงบสำรวม

๒๓. นักปฏิบัติจะต้องอยู่ในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น ถ้าไม่มีธุระจำเป็นไม่ควรออก
นอกสถานที่ปฏิบัติ และถ้ามีธุระจำเป็นจะต้องออกนอกสำนัก ต้องได้รับอนุญาตจาก
เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเสียก่อน
๒๔. ทางสำนักได้จัดที่พักไว้โดยเฉพาะเป็นห้องๆมีไฟฟ้า น้ำ ห้องน้ำ ห้องส้วมพร้อมขอ
ความร่วมมือไดโปรดช่วยกันรักษาความสะอาดในห้อง หน้าห้อง ห้องน้ำ ห้องส้วม
และขอให้ใช้น้ำ ไฟอย่างประหยัด
๒๕. ไม่ควรเปิดน้ำ ไฟฟ้า และพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่อยู่ในห้องพัก
๒๖. เวลาว่าตอนเช้า ตอนกลางวัน หรือตอนเย็น ผู้ปฏิบัติธรรมอาจใช้เวลาว่า ทำความ
สะอาดกวาดลานภายในเขตสำนักและบริเวณที่พัก เพื่อความสะอาดของสถานที่และ
เจริญสุขภาพของผู้ปฏิบัติ
๒๗. การรับประทานอาหารมี ๒ เวลา และดื่มน้ำปานะ ๑ เวลา ดังนี้
๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเช้า
๑๑.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน
๑๗.๐๐ น. ดื่มน้ำปานะ
๒๘. การรับประทานอาหารและดื่มน้ำปานะทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติธรรมต้องมารับประทาน
พร้อมกัน ที่โรงอาหารตรงตามเวลาที่กำหนด
๒๙. เมื่อตักอาหารใส่ภาชนะแล้ว ให้เข้านั่งประจำที่ให้เป็นระเบียบ ควรนั่งให้เต็มเป็น
โต๊ะๆ ไปก่อน โดยผู้ไปถึงก่อนต้องนั่งซีดด้านในก่อนเสมอ เมื่อเต็มแล้วจึงเริ่มโต๊ะ
ใหม่ต่อไป รอจนพร้อมเพรียงกันแล้วหัวหน้าจะมากล่าวนำขออนุญาตรับประทาน
อาหาร
๓๐. ขณะนั่งรอและรับประทานอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ควรคุยกันหรือแสดงอาการใดๆ ที่
ไม่สำรวม
๓๑. เมื่อรับประทานอาหารเสร็จให้นั่งรออยู่ที่เดิม จนทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ให้
ประนมมือ หัวหน้าจะให้พรผู้บริจาคอาหาร (สัพพี ฯลฯ…) ผู้ปฏิบัติสวดรับโดยพร้อม
เพรียงกัน
๓๒. เมื่อเสร็จจากการรับประทานอาหาร ให้ผู้ปฏิบัติธรรมช่วยกันเก็บกวาดสถานที่ ทำ
ความสะอาดภาชนะ จัดโต๊ะ เก้าอี้ ให้เรียบร้อย
๓๓.นักปฏิบัติจะต้องไม่นำของที่มีค่าติดตัวมาด้วย หากสูญหายทางสำนักจะไม่รับผิดชอบ
ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
๓๔.นักปฏิบัติจะต้องไม่คะนองกาย วาจา หรือส่งเสียงก่อความรำคาญ หรือพูดคุยกับ
บุคคลอื่นโดยไม่มีความจำเป็น ถ้ามีผู้มาเยี่ยมจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

เสียก่อน การเยี่ยมนั้นให้แขกคุยได้ไม่เกิน ๑๕ นาที ถ้าเป็นแขกต่างประเทศ ให้ออกไป
คุยข้างนอกสถานที่ปฏิบัติธรรม
๓๕.การลา เมื่อผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติครบตามกำหนดที่ได้แจ้งความจำนงไว้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่
จะได้จัดเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อทำพิธีลาศีล และขอขมาพระรัตนตรัย ให้ผู้ปฏิบัติ
ที่จะลาศีลพร้อมกัน ณ ที่นัดหมาย (ฟังประกาศจากเจ้าหน้าที่) โดยอาจารย์ผู้ปกครอง
เป็นผู้นำไป
อนึ่งทางสำนักจะงดพิธีรับศีลในวันโกน และไม่มีพิธีลาศีลในวันพระ ดังนั้นท่าน
ที่มาละทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรมในวันโกน จะได้เข้าพิธีรับศีลในวันพระ ส่วนท่านที่จะลา
กลับในวันพระ หรือวันถัดจากวันพระ จะต้องเข้าลาศีลล่วงหน้า แต่คงปฏิบัติธรรมได้
ตามปกติ จนถึงกำหนดวันที่ท่านไดแ้ จ้งไวใ้ นใบลงทะเบียน
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องลากลับก่อนกำหนดนั้น ผู้ปฏิบัติต้องแจ้งให้อาจารย์
ผู้ปกครองทราบสาเหตุ และหากไม่มีความจำเป็น ไม่ควรหนีกลับโดยพลการเพราะจะเป็น
ผลเสียต่อผู้ปฏิบัติ
๓๖. ถ้านักปฏิบัติผู้ใดไม่ทำตามระเบียบของสำนักที่กำหนดไว้นี้ทางสำนักจำเป็นจะต้อง
พิจารณาเตือนให้ทราบก่อน หากยังไม่ยอมรับฟัง ทางสำนักมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะต้องขอให้ออกจากสำนัก ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นที่จะเข้ามา
ปฏิบัติต่อไป
๓๗.ข้อแนะนำนี้ เป็นคู่มือให้รายละเอียดในแนวทางปฏิบัติเพื่อความเป็นระเบียบของ
สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมจะได้เข้าใจ สยายใจในการอยู่อาศัย และ
ปฏิบัติกรรมฐานร่วมกันอย่างสงบ ในสังคมของผู้ปฏิบัติธรรมย่อมประหยัดการพูด
โอกาสที่ท่านจะถามระเบียบหรือโอกาสที่จะมีผู้อธิบายแนะนำแก่ท่านมีน้อย คู่มือนี้จะ
ช่วยท่านได้เป็นอย่างดี

 

ตารางเวลาสำนักปฏิบัติธรรม วัดอัมพวัน
อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

เช้า ๐๓.๓๐ น. – ตื่นนอน พร้อมกัน ณ สถานที่ปฏิบัติธรรม
- สวดมนต์ทำวัตรเช้า (แปล)
- เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน
๐๗.๐๐ น. – รับประทานอาหารเช้า
๐๘.๐๐ น. – สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งกรรมฐานที่สถานที่ปฏิบัติ
๑๑.๐๐ น. – รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย ๑๓.๐๐ น. – เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน ที่สถานที่ปฏิบัติ
๑๗.๐๐ น. – ดื่มน้ำปานะ พักผ่อน
ค่ำ ๑๘.๐๐ น. – สวดมนต์ทำวัตรเย็น (แปล)
- เดินจงกรม นั่งกรรมฐานที่ศาลาปฏิบัติ
๒๒.๐๐ น. – สอบอารมณ์
๒๓.๐๐ น. – พักผ่อน นอน

แผนที่การเดินทาง

 

การเดินทางโดยรถประจำทาง

การเดินทางไปวัดโดยรถประจำทางนั้นสามารถขึ้นรถได้หลายจุดครับ

·         ๑. หมอชิตใหม่

·         ๒. แถวสวนจตุจักรป้ายลาดพร้าว (ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว) เส้นวิภาวดีรังสิต

·         ๓. ป้ายรถเมล์หน้าวัดดอนเมือง ตรงที่มีทางเบี่ยงเข้าไปสำหรับรถประจำทางจอด

·         ๔. ป้ายรังสิต ตรงข้ามศูนย์การค้าใหญ่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต (ฝั่งโรบินสัน)

๑. หมอชิตใหม่ สามารถไปซื้อตั๋วได้ที่ช่อง ๑๓ รถสิงห์บุรีครับ ราคา ๙๐ บาท หากซื้อไปกลับก็จะราคาเที่ยวละ ๗๐ บาท ครับ ไปกลับรวมเป็น ๑๔๐ บาท โดยตั๋วจะมีอายุ ๗ วัน ซื้อตั๋วได้เฉพาะที่ท่ารถสิงห์บุรีและกรุงเทพฯเท่านั้น ตอนกลับเราสามารถโทรไปบอกที่ท่ารถ ให้เขาจองที่นั่งไว้ให้ได้ พอมารับที่หน้าวัดก็จะมีที่นั่งให้ครับ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ๐-๒๙๓๖-๓๖๖๐, ๐-๒๙๓๖-๓๖๖๖

รถสิงห์บุรีจะออกทุก ๔๐ นาที มีรถตั้งแต่ ตี ๕ ครับ หากจะไปให้ทันลงทะเบียนให้ทัน ควรขึ้นรถจากหมอชิตก่อนบ่าย ๒ ครับ สำหรับขากลับรถออกจากสิงห์บุรีรอบสุดท้ายประมาณ ๖ โมงเย็น มาถึงหน้าวัดประมาณ ๖.๓๐ น. ครับ

๒. หากขึ้นรถที่ลาดพร้าว, ดอนเมือง, รังสิต หรือระหว่างทาง รถโดยสารที่สามารถขึ้นได้ก็จะเป็น สิงห์บุรี ชัยนาท ตาคลี อุทัย บางคันก็จะมีป้ายวัดอัมพวันติดไว้ที่หน้ารถเลยครับ ค่าโดยสารจะอยู่ระหว่าง ๖๐-๘๐ บาท สามารถบอกคนเก็บเงินได้เลยครับว่าจะไปวัดอัมพวัน

การเดินทางโดยรถตู้

สามารถขึ้นรถตู้สายกรุงเทพฯ-อุทัยธานี รถจะจอดอยู่บริเวณใต้ทางด่วนด้านพหลโยธินฝั่งสถานีโทรทัศน์ช่อง ๕ และอีกฝั่งหนึ่ง บริเวณใต้ทางด่วนฝั่งโรงพยาบาลพญาไท ซึ่งให้แจ้งว่าจะลงที่วัดอัมพวัน รถตู้ก็จะจอดที่เดียวกับรถประจำทาง ค่าโดยสารประมาณ ๑๖๐ บาท รถตู้เที่ยวแรกจะออกเวลา ๙ โมงเช้า

การเดินทางเข้าวัด

รถจะจอดส่งตรงปากทางเข้าวัดพอดี จะมีวินรถมอเตอร์ไซค์อยู่ปากทางครับ ค่าโดยสาร ๑๐ บาท สะดวกปลอดภัย มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงขี่ครับ

หรือจะใช้วิธีการเดินเข้าไปก็ได้ ระยะทางราว ๘๐๐ เมตร ปลอดภัยทั้งกลางวันกลางคืน สองฟากข้างทางโล่ง มีบ้านคนแถวนั้นราว ๕-๖ หลัง ครับ

เมื่อไปในวัดแล้ว สักประมาณ ๑๐๐ เมตร จะเห็น ๓ แยก ให้เลี้ยวซ้ายครับ (หากตรงไปจะเป็นกุฏิหลวงพ่อ) แล้วเดินตามทางไป สังเกตทางแยกด้านซ้ายมือจะเป็นศาลาลงทะเบียนครับ

การเดินทางกลับ

สำหรับรถโดยสารขากลับเข้ากรุงเทพ เมื่อออกจากปากทางเข้าวัดมาที่ถนนใหญ่แล้ว สามารถเดินข้ามไปรถขึ้นรถที่ศาลาที่ฝั่งตรงข้ามวัด รถประจำทางจะจอดรับแทบทุกคันครับ และจะส่งเราลงได้ที่ป้ายรังสิต ท่าอากาศยานดอนเมือง ต่อจากนั้นรถก็จะเข้าไปจอดที่สถานีขนส่งเลยครับ

 

 

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

การเดินทางไปยังวัดโดยรถยนต์ส่วนตัวนั้น หากออกจากงกรุงเทพฯสามารถใช้ได้หลายเส้นทางดังนี้

เส้นทางที่ ๑ ออกจากกรุงเทพฯโดยใช้ถนนพหลโยธิน ผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี เข้าไปในตัวเมืองลพบุรี มีถนนตัดผ่านไปจังหวัดสิงห์บุรี รวมระยะทางทั้งสิ้น ประมาณ ๑๗๙ กิโลเมตร

เส้นทางที่ ๒ ออกจากกรุงเทพฯโดยใช้ถนนพหลโยธิน แยกเข้าถนนหมายเลข ๓๒ (ถนนสายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรี อยุธยา และจังหวัดอ่างทอง จนถึงจังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ ๑๔๒ กิโลเมตร

เส้นทางที่ ๓ ออกจากกรุงเทพฯโดยใช้ถนนพหลโยธิน แยกเข้าถนนหมายเลข ๓๒ (ถนนสายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรี อยุธยา และเดินทางต่อด้วยเส้นทางหมายเลข ๓๐๙ จะผ่านตัวเมืองจังหวัดอ่างทอง และตรงไป จนถึงจังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร

 

การเดินทางโดยใช้เส้นทางที่ ๒

สำหรับเส้นถนนพหลโยธิน เมื่อผ่านฟิวเจอร์ ปาร์ครังสิตแล้ว ให้สังเกตทางด้านซ้ายมือ จะผ่าน ม.ธรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพฯ นวนคร จนมาถึง ม.ราชภัฏวไลอลงกรณ์ ให้ออกจากทางคู่ขนาน ให้วิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒ ครับ (ถนนสายเอเซีย) สามารถสังเกตดูได้ที่ป้ายบอกเส้นทางของกรมทางหลวงสีเขียวด้านบน จะมีเลขที่ของถนนบอกครับ

จะมีป้ายบอกทางหลวงหมายเลข ๓๒ ไปตลอดเส้นทางถนนสายเอเชียเลยครับ ให้สังเกตหมายเลขทางหลวงเป็นหลักครับ ส่วนจังหวัดไม่ต้องไปคำนึงถึง เพราะตามเส้นทางก็จะบอกจังหวัดต่างๆ กันไป แต่ให้เรามุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒ เป็นพอครับ

เราก็จะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง เข้าอำเภอพรหมบุรี จนกระทั่งถึงป้ายแนวเขตค่ายพม่า (ซ้ายมือ) และจะเห็นป้ายวัดอัมพวัน (ซ้ายมือ) ซึ่งป้ายบอกหลักกิโลมเมตรที่ปักอยู่ริมถนนด้านขวามือ จะเป็นกิโลเมตรที่ ๑๓๐ พอดีครับ ให้ขับเลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปเรื่อย ๆ ประมาณ ๑ ก.ม. ท่านก็จะถึงวัดอัมพวันครับ

ขอขอบคุณที่มา…http://www.jaisabuy.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538604988&Ntype=3

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s