สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า…

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า อยู่ในบริเวณของมหาสมุทร แอตแลนติค พื้นที่ เริ่มจากตอนเหรือของเบอร์มิวด้า ไปถึงตอนใต้ของ รัฐฟลอริด้า และจากฟลอริด้า ถึงบาฮามัส และย้อยไปเบอร์มิวด้าอีกครั้ง พื้นที่ตรงนี้เอง ที่เรียกว่าสามเหลื่ยมเบอร์มิวด้า มีเรือเดินสมุทร จำนวน 156ลำ(ปี1898-1990) และ เครื่องบินอีก นับไม่ถ้วนหายไป อย่างลึกลับ โดยไม่มีร่องรอย ชีวิตมนุษจำนวนนับพัน หรือ แม้แต่เศษเครื่องบิน หรือเรือเดิน สมุทร เครื่องบินที่ หายไปอย่างไร้ ร่องรอย เหนือพื้นที่ ลึกลับแห่งนี้ มักจะ หายไป จาก จอเรด้า ไปเลยโดนไม่มี สัญญาน บ่งบอก ถึง ความตายที่ รอ อยู่หน้าทั้งสภาพของ อากาศ และทัศนะวิสัย สงบ ไร้วี่แววของ พายุ แต่ บาง ครั้ง ก็การติดต่อ มายังศูนย์การบิน ว่า ไม่สามารถควบคุม ระบบต่างๆ ของเครื่องได้ เข็มทิศ หมุนปัด ไม่สามาถร บอก ทิศทางได้ ท้องฟ้า ที่ไร้ วี่แวว ของ พายุ กับ กลาย เป็นครึ้มฟ้า ครึ้มฝน พายุขนาดใหญ่ เกิดขึ้น ดูดน้ำ จากมหาสมุทรขึ้นมา  สูงนับ ร้อยฟุตโดนไม่รู้สาเหตุ
เหตุการที่เกิด ขึ้นกับ เรือเดินสมุทร เมื่อ เล่นเรือไป ยัง ศูนย์กลางของ สามเหลี่ยม เบอร์มิวด้าก็หายไปอย่าง ลึกลับ โดยไร้วี่แวว คนที่รอดชีวิต เล่าว่า ของเรือมารีนซันเฟอร์ควีน ที่หายไป เมื่อ 2กุมภาพันธ์ ปี 1863 ก่อนที่จะมีการ บันทึกจำนวนเรือที่หายไป ในสามเหลื่ยมเบอร์มิวด้า 25ปี
เล่ากันว่าเรือเครื่องจักรไอน้ำลำนี้ได้ เจอ เข้ากับวัตถุ ลึกลับ หรือสิ่งมีชีวิต อะไรสักอย่าง ฉุดเรือลำนี้ไว้จนไม่สามารถ แล่นเรือต่อไปได้ รอถึง 28ชั่วโมงจนข้าถึง วันที่ 1กุมภาพันธ์ ปี1863 จึงรอดพ้น สิ่งลึกลับนี้มาได้ นี้คือสิ่งแรกที่ เรือโชคร้ายลำนี้เจอ กับตัน สั่งให้ หันหัวเรือทำมุม 43 องศา กับเส่นรุ้ง มุ่งหน้าเข้าสู่ รัฐฟอริด้า ก่อน ถึง จุดศูนย์กลาง ได้ เกิดพายุทำให้ เกิด พายุขนาดใหญ่( ไม่มีการ บันทึก ความรุนแรงแต่ ลองประเมิน พายุที่ สามารถจมเรือ ขนาดแรงขับน้ำ 65000 ตัน น่าจะอยู่ใน ระดับ 4) แล้วเรือ ลำนี้ก็ หายไปอย่างลึกลับ
13 สิงหาคม ปี 1942 เรือสัญชาติ ญี่ปุ่น ชื่อ ไรฟุกุมารุ ได้ วิทยุ ขอความช่วยเหลือ ขณะอยู่ ระหว่าง คิวบา และบาฮามัส ว่า ได้ ติดอยู่ กลาง พายุ แล้ว หายไป อย่างไร้ ร่องลอย จนกระทั่ง ปี 1955  เรือจับปลา ขนาด เล็กลำหนึ่ง ได้เจอเข้ากับเรือ ไรฟุกุมารุ เกย ตื่น อยู่ ในแนวปะการัง ในหมู่เกาะเล็กๆ เจอกับ บันทึกการเดินเรือ ของ กับตัน แต่ ยังคง เป็น ความลับ อยู่ถึงปัจจุบันว่าใน บันทึก
เล่มเล็กๆ เล่มนั้น มีความลับอะไรซ่อนอยู่ มัน คือ หลักฐานอย่างเดียว ที่เหลือรอดจากเหตุการณ์ ที่ผู้คนนับพัน ไม่สามารถฟื้นขึ้นมา บอกเล่าให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้ฟังได้
[JUSTIFY]เรื่องราวที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าพิศวงอยู่จนถึงกระทั่งปัจจุบัน เกี่ยวกับเจ้าสามเหลี่ยวเบอร์มิวด้า(Bermuda Triangle) บางคนอาจจะรู้จักกันแล้ว สำหรับเจ้าน่านน้ำปริศนาแห่งนี้ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นการบรรจบกัน หรือว่าเป็นการลากเส้นสมมุติเพื่อกำหนดอาณาบริเวณในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยการลากเส้นจากฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา สู่เกาะเบอร์มิวด้า สู่เกาะเปอร์โตริโก้ แล้วก็ วกกลับมาที่ฟลอริด้าอีกทีนึง จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมได้อย่างพอดิบพอดีแถมทำมุม60 องศาในแต่ละด้านเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าซะด้วยสิไอ้เจ้าสามเหลี่ยมแปลกๆ นี่ล่ะ ที่ถือว่าเป็นปริศนาแห่งศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า บางคนอาจจะเรียกว่าดินแดนมรณะ เนื่องจากมีผู้คนที่ขับเรือบ้าง ขับเครื่องบินบ้างหลงเข้าไปในอาณาเขตอันกว้างใหญ่นี้แล้วหายสาปสูญไปอย่างไร้สาเหตุ บางคนก็บอกว่าสาเหตุมาจากเจ้ามนุษย์ต่างดาว ไม่ก็มนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้น บ้างก็บอกว่า มาจากบรรดาวิญญาญ เหล่าปีศาจหรือว่าสัตว์ลึกลับ ก็ว่ากันไปนั่นนะ ปัจจุบันก็ยังเป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่อย่างไม่รู้จบ จะมีเงื่อนงำบ้างมั๊ยเนี่ย สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเงื่อนงำ เกินกว่าปัญญาของมนุษย์จะแก้ได้

ทางนักวิชาการก็มีการเสนอทฤษฎีต่างๆนานา บ้างก็ว่าเกิดจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างก็ว่าเกิดจากอำนาจของสิ่งบินลึกลับ หรือที่เราเรียกกันว่า UFO จนคล่องปาก เป็นเวลานานมาก ที่เจ้าดินแดนปริศนาแห่งนี้ ลือกันไปจนทั่วโลก ในฐานะของดินแดนมรณะที่ดูดกลืนชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่สัญจรผ่านไปในบริเวณนั้น

ตามสภาพภูมิศาสตร์ทางที่ตั้ง บริเวณนี้เป็นบริเวณที่แปรปรวนมาก เพราะมีทั้งกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นไหลมาผสมปนเปกัน จนบางทีก็เกิดสภาพอากาศแบบแปรปรวนกระทันหัน นี่แหละคือตัวอันตรายที่จะไม่สามารถพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้เลย นอกจากนี้ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ายังจัดเป็นเขตอันตรายที่มักปรากฎคลื่นขนาดยักษ์ที่เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง อะไรที่ขวางหน้า กวาดไปเรียบน่ะ ไม่มีเหลือซาก หุหุ

คลื่นบางลูกก็ทำให้เกิดสะดือทะเล คือผืนน้ำจะเปิดเป็นช่อง หมุนเป็นเกลียวดูดกลืนทุกอย่างเข้าสู่วังวน เรือที่หมุนเข้าไปก็จะพลิกคว่ำและอับปางได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สาเหตุที่กล่าวมา ก็ยังไม่ดึงดูดใจนักลึกลับศาสตร์แม้แต่น้อย
อีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ ที่คิดว่ามีคนสนใจสนับสนุนน้อยก็คือ มีสิ่งมีชีวิตบางประเภทที่อยู่นอกสารบบของวงการชีววิทยาปัจจุบัน เพราะว่ามีข่าวลือมากมายจริงๆ กับการค้นพบเจ้าปลาหมึกยักษ์ยาวหลายร้อยฟุต จนไปถึงงูยักษ์หรือว่าเจ้าพวกมังกรทะเล ซึ่งแต่ละปีมีการรายงานสัตว์ตัวยักษ์จำนวนมากทีเดียวในบริเวณนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละที่เป็นไปไม่ค่อยได้คือเจ้าสัตว์เหล่านี้ จะมีปัญญาสยบเครื่องบินที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร

และแล้วเจ้า UFO ก็เข้ามาเกี่ยวข้องอีกจนได้ แต่เค้าก็มีเหตุผลน่าสนับสนุน เค้าบอกว่ามีรายงานการพบเห็น UFO บ่อยๆ หรือที่เรียกว่าสิ่งบินลึกลับ จากเรด้าสถานีชายฝั่งที่สามารถจับสัญญาณได้
มีเหตุการณ์ประหลาดๆ มากมาย พบว่าตั้งแต่ปี คศ.1963-1973 เรือ60ลำ และผู้โดยสาร 900 คนสูญหายโดยไม่มีการส่งสัญญาณ SOS เลย หรือแม้กระทั่งเครื่องบินที่มีรายงานว่า มีคลื่นแทรกรบกวนระบบมาก จนไม่สามารถจับสัญญาณอะไร การติดต่อเป็นเสียงขาดๆ จางๆ มีปรากฎการณ์"หมอกเรืองแสงสีขาว" พื้นน้ำเป็นสีขาว เข็มทิศหมุนติ้ว แล้วก็จากหายไป จึงมีการขนานนาม  เจ้าสามเหลี่ยมเบอร์
มิวด้า นี้ว่า "ทะเลปีศาจ"(Devil sea)
หนังสือบางเล่มบอกเอาไว้ว่า เจอเครื่องบินบนดาวอังคาร แต่ว่านั่นคือเครื่องบินที่หายสาปสูญในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเมื่อสิบปีที่แล้ว เห่อๆ น่ากล้วงะ สงสัยต้องให้ผู้มีความสามารถสูงหรือว่า คนเหนือคนที่มีพลังจิตหรือว่าพลังพิศวงศึกษากันแล้วซิ

 
ขอขอบคุณที่มา..http://www.baanmaha.com/community/thread11803.html.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s