พระสุนทรีวาณี

พระสุนทรีวาณี เทพนารีผู้รักษาพระพุทธศาสนา

แห่งวัดสุทัศน์เทพวราราม

พระสุนทรีวาณี:อีกภาคหนึ่งของทางฮินดูก็คือพระแม่สุรัสวดี

พระสุนทรีวาณี:มีความหมายว่าอย่างไรและมีความสำคัญในทางธรรมะแห่งพระพุทธศาสนาอย่างไร?

        มุนินฺท วทนมฺพุช คพฺภสมฺภว สุนฺทรี  ปาณีนํ สรณํ วาณี มยฺหํ ปิณยตํ มนํ

คาถาพระสุนทรีวาณี

ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

มุนินทะ วะทะนัมพุชะ คัพภะสัมภะวะ สุนทะรีปาณีนัง สะระณัง วาณี มัยหัง ปิณะยะตัง มะนังฯ

(ท่อง สาม ห้า หรือ เจ็ด จบพร้อมคำแปล)

ทำการค้าขาย โชคลาภ ให้ภาวนาเพิ่มว่า…

เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก

โส มานิมา ฤ ฤา ฦ ฦา

สา มานิมา ฤ ฤา ฦ ฦา

คำแปล:นางฟ้า คือพระไตรปิฎกอันเกิดจากดอกอุบล คือพระโอษฐ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้พึ่งพำนักของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอจงยังใจของข้าพเจ้าให้เอิบอิ่มปรีดาปราโมทย์ รู้แจ่มแจ้งแทงตลอดจำได้ ปฏิบัติตามได้ ในพระไตรปิฏกทั้งโลกียะและโลกุตตระนั้นเทอญ

ประวัติ พระสุนทรีวาณี

เป็นพระปางพิเศษ เป็นรูปเทพธิดาทรงอาภรณ์อันงดงามวิจิตร หัตถ์ขวาแสดงอาการกวัก คือ การเรียกเข้ามาหา หัตถ์ซ้ายหงายอยู่บนพระเพลา

 (หน้าตัก) มีดวงแก้ววิเชียร (เพชร) อยู่ในหัตถ์

พระสุนทรีวาณี เป็นพระซึ่งเกิดจากการนิมิต แห่งพระคาถาสุนทรีวาณี ซึ่งเป็นคาถาที่ปรากฎ ในคัมภีร์สัททาวิเสส มี ๓๒ คำ

พระคาถานี้เป็นพระคาถาศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดเมื่อเรียนพระไตรปิฎก เรียนพระธรรม เรียนวิชา ภาวนาแล้ว ดับอวิชชา บังเกิดปัญญางาม ปัญญากลายเป็นสัญญา คือ ความทรงจำอันเลิศล้ำ โบราณาจารย์ได้สั่งสอนศิษยานุศิษย์ให้ท่องทุกครั้ง ที่เรียนพระไตรปิฎกตลอดมา

สืบได้ความว่า ผู้ที่ท่องคาถานี้เฉพาะในยุครัตนโกสินทร์ ดำรงสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ๓ พระองค์ เป็นพระสมเด็จ พระราชาคณะ เป็นพระคณาจารย์ผู้มากด้วยเมตตา

พระคาถาวาณีมีชื่อเรียกหลายอย่างเช่น พระคาถาอาราธนาธรรม, พระคาถาเรียกธรรม, พระคาถาบารมี 10 ทัศน์, พระคาถาหัวใจอาการวัตตาสูตร, หรือ คาถาหัวใจอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ  เป็นคาถาประจำพระองค์ ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร สุก ไก่ เถื่อน ที่ทรงสอนให้พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้ภาวนาก่อนที่จะนั่งเข้าที่ภาวนา หรือก่อนเรียนพระปริยัติทุกคราวไป เพื่อกันบาปธรรม หรือมารเข้ามาในใจ…

  
ภาพถ่ายที่วัดสุทัศน์

สมเด็จพระวันรัตแดง วัดสุทัศน์เทพวราราม กล่าวว่า พระอาจารย์ของท่าน ทั้งทางคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ สอนให้บริกรรมพระคาถา วาณี ก่อนจะเริ่มเรียนเรียนพระปริยัติธรรม และเข้าที่ภาวนาทุกคราวไป ท่านยังกล่าวอีกว่าท่านพระมหาเถระผู้ใหญ่ทั้งหลายแต่กาลก่อน ล้วนนับถือพระคาถานี้อยู่ทั่วกัน จนกระทั้งอาราธาธรรมก็ใช้คาถานี้

ที่มาและความสำคัญของพระคาถานี้มีกล่าวไว้ใน อาการวัตตาสูตร ว่า พุทธกรธัมเมหิตัพพัง ความว่า ธรรมเป็นเครื่องกระทำความเป็นพระพุทธเจ้าคือบารมี 10 ทัศ จะพึงมีอยู่ด้วย เพราะว่าบารมีธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีอยู่เป็นอันมาก ธรรมทั้งหลายใดเป็นไปเพื่อจะให้สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระสารีบุตรว่า ยัญ จ สารีปุตต รัตติง ดูกรสารีบุตร ในราตรีอันใด ตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวิมุติเศวตฉัตร ณ ควงไม้ อัสสัตถโพธิพฤกษ์ ก็ราตรีนั้นพระตถาคตเจ้านั้นจะระลึกถึง อาการวัตตาสูตร  นี้ (พระคาถาวาณี ย่อมาจากอาการวัตตาสูตร) เป็นไปเพื่อต่อต้านรักษาภัยอันตรายและห้ามบาปธรรมทั้งปวง เพราะตถาคตมาตามระลึกอยู่ ซึ้งธรรมทั้งหลายอันเป็นมรรคาแห่งสัตว์ทั้งหลาย ให้ถึงความสิ้นไปแห่กิเลส ในกาลนั้นตถาคตเจ้าทั้งมวลมีญาณเครื่องรู้เป็นประธานก่อน เรียกว่า พุทธประเวณีญาณ แปลว่าญาณกำหนดรู้ธรรมเนียมแบบแผนขอ พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เคยปฏิบัติมา อันอาการวัตตาสูตรนี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย 28 พระองค์ที่ล่วงไปแล้วก็ดี และ ตถาคตเจ้าในบัดนี้ก็ดีมิได้ระวางสักพระองค์เดียวทำตามกันมาทุกพระองค์ 

 

สมเด็จพระวันรัตน์(แดง สีลวัฑฒโน)-ผู้อธิบายพุทธมนต์ด้วยศิลปะ ภาพพระบฎ -สุนทรีวาณี

ผลงานพิเศษชิ้นหนึ่งของพระวันรัตน์(แดง สีลวัฒโน) พระเถระที่พระปิยมหาราชทรงเคารพรูปหนึ่ง เชี่ยวชาญในพระปริยัติธรรมและพระไตรปิฎก ได้รจนาหนังสืออธิบายพระธรรมวินัยไว้หลายเรื่อง เพื่อเป็นคู่มือในการศึกษาของภิกษุ สามเณร คือภาพพระบฎ ที่มีชื่อว่า สุนทรีวาณี เป็นภาพแสดงความหมายในทางธรรม อธิบายพุทธมนต์ด้วยศิลปะ ท่านได้คิดแบบให้ช่างวาดขึ้น โดยถอดความหมายจากภาษาบาลีบทหนึ่งข้างต้น ท่านชอบใจเนื้อความในคาถานี้มาก จึงได้คิดถอดความหมายให้เขียนป็นภาพพระบฎไว้สักการะบูชา คือ

เขียนเป็นภาพนางมีเต้าถัน แต่ทรงเครื่องอย่างบุรุษ หมายความว่า เป็นรูปนางฟ้า หมายถึง พระไตรปิฎก บนฝ่ามือซ้ายมีเพชรวางอยู่ หมายความว่า พระนิพพาน เลิศกว่าธรรมทั้งปวง มือขวายกขึ้น หมายถึงพระธรรมคุณ คือ เอหิปัสสโก(เรียกให้มาดู) ดอกบัวที่รองรับรูปนางฟ้านั้น เปรียบด้วยพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า มีรูปมนุษย์ นั่งบนดอกบัวซ้ายขวา หมายถึงคู่พระอัครสาวก รูปนาค หมายถึง พระอรหันตขีณาสพ รูปเทพยดา พรหม และสัตว์ต่างๆ หมายถึง เหล่าสัตว์ในกามภพ-รูปภพ-และอรูปภพ สระน้ำ หมายถึง สังสารสาคร

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตรเห็นภาพพระบฎดังกล่าวนี้ ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก ถึงทรงพระราชดำริจะให้จารึกลงในแผ่นศิลา ประดิษฐานไว้ที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร อันเป็นวัดที่ทรงสถาปนาขึ้น….

ภาพพระบฎจะได้นำลงเผยแพร่ พร้อมร้อยกรองบทกลอนถวายหลวงปู่ด้วย เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบในจินตนาการของท่านในเชิงศิลป์ต่อไป

 

 ***ภาพพระบฎ-สุนทรีวาณี***

โอ้"สุนทราวาณี"โสภีเพริศ  สุดประเสริฐงามแท้มาแต่ไหน?

เป็น"นางฟ้า"โฉมงามมีความนัย  "ทรงเครื่องใหญ่อย่างบุรุษ"-องค์พุทธา

"ประทับนั่งบนดอกบัวบาน"ทั่วฐาน  เด่นตระหง่านทรงประกาศพระศาสนา

คือ"พระไตรปิฎก"ที่ยกมา         พรรณนา"พระธรรม"นำชีวี…..

"พระวินัย-พระสูตร-พระอภิธรรม"  ทรงค่าล้ำแก่มนุษย์วิสุทธิ์ศรี

"พระหัตถ์ซ้าย""เพชร"วางอยู่ดูให้ดี  ค่าควรมี"พระนิพพาน"สถานเดียว!!!

สุดประเสริฐเลิศล้ำธรรมทั้งปวง  เพราะสิ้นห่วงทุกอย่างแท้ไม่แลเหลียว

"พระหัตถ์ขวายกขึ้น"มาเมตตาเทียว  เชิญทีเดียว"เรียกหาให้มาดู!!!"

"พระธรรมคุณ"บุญของโลกดับโศกเศร้า  ที่แผดเผาผู้คนวิมลหรู

เป็น"เอหิปัสสโก"โชว์ชวนดู       เพื่อเรียนรู้"สู่นิพพาน"สราญรมย์

"ดอกบัวบานฐานานางฟ้า"นั้น  เป็นสำคัญคือ"พระโอษฐ์"ประโยชน์สม

"แห่งองค์พระพุทธา"งามน่าชม  ทรงอบรมสั่งสอนสุนทรธรรม....

"มนุษย์นั่งบนดอกบัวอยู่ซ้ายขวา"  คือ"อัคราสาวก"ยกคมขำ

"ซุ้มนาคคือพระอรหันต์"ผู้มั่นธรรม  เป็นผู้นำ"ขีณาสพ"นบพระคุณ

"เหล่าเทพ-พรหม-เต่า-กบน้อย-หอย-ปู-ปลา-  สัตว์นานา"ในห้วงกรรมที่นำหนุน

ในกามภพ-อรูปภพไม่จบบุญ   รูปภพหมุนเทพ-สัตว์-คนเป็นวนวง

"ในสระบัวคือธาราเต็มสาคร"  ไม่ขาดตอน"สังโยชน์"-"โลภ-โกรธ-หลง"

เป็น"สังสารวัฏ-ห้วงน้ำใหญ่"ขอให้ปลง  "นิพพาน"ส่งด้วย"สุนทรีวาณี"

เทอญฯ…..กัลยาณมิตร

by บทกวีทิพย์

หมายเหตุ : พระสุนทรีวาณี เป็นพระที่ทรงไว้ด้วยความเมตตาอย่างสูง เป็นพระที่เป็นสิริมงคล มหาลาภต่าง ๆ จึงเหมาะแก่ห้างร้าน บริษัท และร้านค้าทั่วไปจะมีไว้บูชาเพื่อเจริญด้วยลาภ ยศ ความสุข สรรเสริญ ตลอดจนการเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานของตน

ผู้บูชาเกิดความผ่องใส เกิดโชคลาภ และความสำเร็จสมหวัง..

ขอขอบคุณที่มา…http://montradevi.makewebeasy.com/index.php? 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s