ความหมายของคำว่า “กัปป์”

 
 
คำว่า  "กัปป์" ในพระพุทธศาสนาอธิบายไว้ว่า…
 

โลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่นี้  เมื่อถึงเวลาหนึ่งยุค สรรพสิ่งทุกชีวิตจะถึงกาลดับสูญไปพร้อมๆ กันหมดรวมทั้งโลก  และในระยะเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดโลกขึ้นใหม่พร้อมกับสรรพสิ่งอีกจนกระทั่งจะสูญสลายไปพร้อมๆ กันทั้งหมดอีกครั้งระยะเวลาดังกล่าวนี้ เรียกว่า

หนึ่งกัปป์

                ในแต่ละกัปป์นั้นกินเวลาหลายล้านๆ ปีเกินปัญญาของมนุษย์ปุถุชนจะจินตนาการได้ ในคัมภีร์อธิบายเปรียบเทียบยกตัวอย่างหลายกรณี ตัวอย่างเช่น มีภูเขาลูกหนึ่งสูงหนึ่งโยชน์ (เท่ากับ 16 ก.ม.) กว้างหนึ่งโยชน์ยาวหนึ่งโยชน์  นำเอาผ้าสไบผืนหนึ่งลาดภูเขาลูกนั้นไปมาร้อยปีต่อหนึ่งครั้ง เมื่อภูเขาลูกนั้นราบเรียบลงกับพื้นดินนั้นคือหนึ่งกัปป์                 

 นี่เป็นเพียงกุศโลบายให้เข้าใจความไม่รู้จบแห่งกาลเวลาของการเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์อย่าได้ไปเสียเวลาอยู่กับตรงนี้เลย

            ละในแต่ละกัปป์ดังกล่าว จะมีพระโพธิสัตว์ คือผู้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าลงมาเกิด หมั่นเฝ้าบำเพ็ญเพียรภาวนาสะสมบารมีจนครบบริบูณ์ รู้แจ้งเห็นจริงทั้งจักรวาล เป็นพระสัพพัญญูตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำเอาความรู้ที่ เรียกว่า ธรรมนั้นมาบอกต่อสอนต่อสรรพสัตว์ให้เห็นสัจธรรมนั้น เมื่อหมดกัปป์หนึ่งแล้วสรรพชีวิตที่อาศัยบนโลกนี้ก็จะถึงกาลสูญสายไปตามดังที่กล่าวมา ซึ่งในเวลานั้นโลกจะเคลื่อนตามวงโคจรของดวงอาทิตย์พร้อมๆ กันกับดาวบริวารอื่นๆ อีก จนจะอยู่ในแนวขนานเดียวกันกับอีกหลายจักรภพในจักรวาลโลกจะเหมือนมีดวงอาทิตย์หลายดวงเกิดขึ้นมาอีกความร้อนจำนวนมากจะทำให้เกิดเป็นไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญทั้งโลกและดวงดาวทั้งหลายทุกสรรพสิ่งก็กลายเป็นจุลและเป็นเวลาอีกนานเท่านานหลายล้านปี กว่าสสารบนโลกจะกลับฟื้นตัวขึ้น ทั้งพืชและสัตว์

                จะค่อยๆ ปฏิสนธิขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมๆ กับสภาพของธาตุต่างๆ บนโลกก็มีความพร้อมสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย มีการก่อเกิดกำเนิดใหม่เป็นอีกกัปป์หนึ่งนั่นเอง และมีการพัฒนาจากสัตว์ที่เล็กที่สุดตั้งแต่เป็นสัตว์เซลเดียว หนอนดินกินหญ้าจวบจนกระทั่งเป็นสัตว์ใหญ่ประเภทต่างๆ นานาชนิดสัมพันธ์เป็นไปตามภูมิศาสตร์แหล่งอาศัยและจนกระทั่งเป็นมนุษย์มีอวัยวะสมบูรณ์รองรับรู้การสั่งงานของสมอง และจวบเท่ามีสภาวะธรรมของสังคมสัตว์มนุษย์พร้อมจึงจะมีพระพุทธเจ้ามากำเนิดบนโลกครั้งหนึ่ง เป็นเช่นนี้หมุนเวียนกันมาไม่รู้จักกี่กัปป์ เกินปัญญาจะสมมุติกำหนดภาษานับได้

                ในพระพุทธศาสนายังกล่าวว่า นับแต่โลกใบนี้ ก่อกำเนิดขึ้นมาในจักรวาลนี้มีกัปป์ต่างๆ นับแสนกัปป์ มีพระพุทธเจ้ามากำเนิดแล้วเป็นล้านๆ พระองค์ ท่านบูรพาจารย์ต่างบันทึกไว้สืบสานกันต่อเนื่องกันมาว่าได้แค่เพียง 12 กัปป์รวมทั้ง ภัททกัปป์ ซึ่งเป็นกัปป์ปัจจุบันมีพระพุทธเจ้ากำเนิดขึ้นในแต่ละกัปป์รวมแล้ว  28  พระองค์ ยังเหลืออีก 1 พระองค์ ซึ่งจะมากำเนิดในอนาคตก่อนที่โลกจะถึงกาลอวสานอีกครั้งคือ พระศรีอริยเมตไตย หรือพระศรีอารย์

                และในจำนวน 12 กัปป์ที่ผ่านมามีพระพุทธเจ้ากำเนิดขึ้นในแต่ละกัปป์มากที่สุดเพียง 1-4 พระองค์เท่านั้น ส่วน ภัททกัปป์จะมีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ มากกว่าทุกกัปป์ที่ผ่านมา นั้นคือโอกาสของคนในยุคนี้ที่หลงวังวนอยู่ในวัฏฏะสงสารมีความทุกข์เวทนาและความเบื่อหน่ายบนโลก ต้องการพบทางแห่งการพ้นทุกข์ถาวรได้หลุดพ้นไปดินแดนสุขาวดีในชั้นนิพพานด้วยการมาโปรดของพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปอีก หากหมดจากพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายแล้วดวงจิตวิญญาณที่เหลือจะหาที่จุติไม่ได้ จักไปรับเคราะห์ผลแห่งกรรมตามภพภูมิต่างๆ จนกว่าจะมีโลกนับกัปป์กันใหม่ และรอจนกว่าสภาพภูมิศาสตร์พร้อมสมบูรณ์ก่อนจะมีสัตว์มนุษย์ขึ้นมา จึงจะมีพระโพธิสัตว์มาบำเพ็ญแต่ละช่วงแต่ละเวลาเป็นเวลาหลายกัปป์กว่าจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอีกหนึ่งพระองค์ที่สามารถนำพาพวกสรรพสัตว์หลุดพ้นจากวังวนก็กินเวลานานแสนนานเสียเหลือเกิน

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง…ปัพพตสูตร  ว่าด้วยเรื่องกัปป์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ – หน้าที่ 514

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s