หมู่ป่าอาฆาต

 
 
 

 การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนับว่าเป็นบาปมาก ผลกรรมจากการฆ่าสัตว์นั้นจะทำให้มีอายุสั้น มีโรคภัยไข้เจ็บมาก ผู้ที่ชอบฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์ จึงเป็นเหมือนกับสร้างความชั่วร้ายให้กับชีวิตของตนเอง กรรมที่เกิดจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตบางครั้งก็ให้ผลในชาติต่อๆไป บางครั้งก็ให้ผลทันตาเห็นในชาตินี้ ดังเรื่องราวของนายสมทรง ชายหนุ่มคนหนึ่งของอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
       
       หมู่บ้านที่สมทรงอาศัยอยู่ ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ มีทั้งแม่น้ำ ทั้งภูเขา ทำให้ชาวบ้านสามารถหากินได้ตลอด โดยไม่ต้องซื้อเลยก็ว่าได้ บางคนทำนาเสร็จก็จะหาจับปลาในแม่น้ำ บางคนก็ขึ้นเขาไปยิงนก ยิงสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร สมทรงก็เป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่ไปจับสัตว์มากินเป็นประจำ เขาเป็นคนที่หากินเก่งมาก เวลาหาปลาก็หาได้มาก เวลาไปล่าสัตว์ป่าก็มักจะได้สัตว์ใหญ่ๆ อยู่เป็น ประจำ มองในแง่หนึ่งสมทรงเป็นคนที่โชคดีมาก เพราะได้สัตว์น้อยใหญ่มาเป็นอาหารทุกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง ความโชคดีของเขานั้น เป็นเหมือนกับเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาได้ทำเวรทำกรรมมากขึ้น
       
       ทุกครั้งที่ออกไปล่าสัตว์ สมทรงจะแบกปืนผาหน้าไม้ไปด้วย วันหนึ่งสมทรงได้ยิงหมูป่าตัวหนึ่งเข้าที่สะโพก มันเจ็บปวดมาก และหันมามองสมทรงด้วยความเคียดแค้น แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ เดินตรงเข้าไปแบกหมูป่ากลับบ้านอย่างสบายใจ เมื่อกลับถึงบ้านสมทรงก็เตรียมที่จะฆ่ามันทันที หมูป่ามองสมทรงพร้อมกับร้องเสียงดังราว กับอ้อนวอนขอชีวิต แต่เขาก็ไม่สนใจ แถมหยิบมีดขึ้นมาแทงเข้าไปที่คอของมันเต็มแรง หมูป่าร้องดิ้นสุดกำลัง จนขาดใจตาย!! สมทรงจึงเอาน้ำร้อนลวกหมูทั้งตัวและทำความสะอาด แล้วหั่นออกเป็นชิ้นๆ เอาไปทำอาหารบ้าง ที่เหลือก็ตากแห้งไว้กินวันหลัง
       
       ตั้งแต่วินาทีที่หมูป่าถูกยิง จนกระทั่งถึงวินาทีที่มันถูกแทงซ้ำนั้น มันได้ฝากความอาฆาตแค้นให้กับสมทรงตลอดเวลา มันคงนึกอยู่ในใจว่ามันทำอะไรผิด ทำไมเขาจะต้องฆ่ามันด้วย แต่สมทรงก็ไม่ได้มีความสะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำแต่อย่างใด เพราะการกระทำเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา ตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนโต เขาฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาแล้วจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปลา นก ไก่ เป็ด หมู และอื่นๆ อีกมากมาย เท่าที่จะล่ามาเป็นอาหารได้
       
       ตราบใดที่ผลของกรรมชั่วยังไม่ให้ผล คนก็มักจะไม่ รู้สึกสำนึกอะไร ยังคงทำความชั่วต่อไปอย่างสบายใจ ต่อเมื่อกรรมชั่วส่งผลมาถึงตัวเขานั่นแหละ เขาจึงจะค่อยๆ สำนึก และรับรู้ถึงความทุกข์ที่เคยทำไว้กับผู้อื่น สมทรงก็เช่นเดียวกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยคิดเลยว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้น มันจะส่งผลชั่วให้กับตัวเขาอย่างไร ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่ดีอีกต่างหาก เพราะเขามีอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย เป็นคนเก่งที่ออกล่าสัตว์ เมื่อใดก็ได้เมื่อนั้น ความคิดผิดๆเหล่านั้นฝังหัวสมทรงมานานตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งอายุได้ 45 ปี ผลแห่งกรรมที่ค่อยๆ คืบคลานตามเขามานั้น ทำให้เขาได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
       
       แล้ววันนั้นก็มาถึง เป็นวันที่สมทรงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ตามปกติ เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง คิดแต่เพียงว่า ขอให้ล่าสัตว์ได้มากๆ อย่างเช่นหมูป่าไก่ป่า สมทรงได้เตรียมทำกับดักสัตว์ไว้ และเตรียมปืนไว้พร้อมที่จะยิงได้ทันทีเมื่อเห็นสัตว์เดินผ่านมา เขานั่งรออยู่นาน ในที่สุดก็มีหมูป่าเดินผ่านมา เขารู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีว่าวันนี้โชคดีแล้ว ได้กินเนื้อหมูอย่างแน่นอน
       
       แต่เผอิญหมูป่าตัวนั้นไม่ได้เดินมาตรงกับดักที่เขาวางไว้ สมทรงจึงใช้ปืนยิงแทน ดังนั้น พอได้จังหวะก็ลั่นไกปืนยิงทันที เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้หมูป่าตกใจวิ่งหนี ขณะที่สมทรงหงายหลังผลึ่งลงไปนอนกับพื้น เพราะปืนที่เขายิงออกไปนั้น กระบอกปืนแตกหมดและสะเก็ดเหล็กต่างๆ พุ่งมาเสียบตัวเขา จนเลือดไหลอาบไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นเข้าจับขั้วหัวใจของสมทรง!!
       
       แต่ด้วยความที่อยากได้หมูป่า เขาจึงตั้งสติแล้วกัดฟันพยุงกายขึ้น รีบวิ่งไล่หมูป่าไปทันที โดยลืมนึกไปว่าตนเองได้วางกับดักสัตว์ไว้ สมทรงจึงวิ่งไปเหยียบกับดักของตนเอง หน้าไม้ที่ดักไว้ก็ทำงานทันที มันพุ่งมาเสียบท้องของเขาอย่างแรง จนทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเหลือประมาณ!!
       
       แต่เมื่อดวงของสมทรงยังไม่ถึงฆาต เขาจึงรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่พาร่างซึ่งโชกเลือดกระเสือกกระสน ลงจากภูเขาอย่างทุลักทุเล เพื่อกลับไปยังหมู่บ้านที่อยู่ห่างกว่ากิโล แต่ละก้าวของสมทรงเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน และก่อนที่เขาจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนขาดใจตาย ก็พอดีมีคนในหมู่บ้านมาเห็นเข้า จึงพาเขาไปหาหมอรักษาได้ทัน
       
       บทเรียนอันแสนเจ็บปวดที่สมทรงได้รับในครั้งนี้ ทำให้เขาคิดขึ้นได้ว่า เป็นเพราะกรรมที่เขาเคยทำไว้นั่นเอง กรรมนั้นมันได้มาสนองเขาอย่างเต็มที่แล้ว เขาจึงตั้งใจว่า จากนี้ต่อไปจะไม่เข้าป่าล่าสัตว์อย่างที่เคยทำเป็น อันขาด
       
       นี่แหละคือผลของกรรมชั่วที่ตามมาสนองในชาตินี้ เท่านี้ยังไม่พอ กฎแห่งกรรมยังจะต้องตามสนองสมทรงต่อไปจนถึงชาติหน้า มีทางเดียวที่ชายหนุ่มจะลดกรรมอันหนักให้บรรเทาลงได้บ้าง นั่นคือการทำความดีให้มากๆ ยิ่งทำความดีได้มากเท่าไหร่ กรรมชั่วที่มีอยู่ก็จะเบาบางลงไปมากเท่านั้น เปรียบเหมือนกับน้ำสีดำในแก้ว หากเติมน้ำดีลงไปมากๆ น้ำสีดำนั้นก็จะค่อยๆ ใสขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเติมน้ำดีลงไปมากเท่าไหร่ ความเข้มของสีดำที่อยู่ในน้ำ ก็จะค่อยๆ เจือจางลงไปมากเท่านั้น แต่จะให้ลบล้างไปเลยร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น คงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้น จงหมั่นทำความดีเสียตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะไม่มีเวลาเหลือให้ทำอีกต่อไป       

ขอบคุณที่มา : จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 116 กรกฎาคม 2553 โดย มาลาวชิโร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s