พระแม่โพสพ

1424941583762

ความเป็นมาของพระแม่โพสพ จากการรวบรวมข้อมูลการจัดสร้าง พระแม่โพสพ ของวัดต่างๆ พบว่า วัดในแถบจังหวัดภาคกลาง โดยเฉพาะวัดที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาหลายสิบวัดต่างสร้าง พระแม่โพสพออกมาให้ชาวนาบูชา  ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากชาวนา ที่เช่าบูชาหมดเกือบทุกวัด นอกจากนี้ยังมีวัดบางแห่งจัด สร้างพระแม่โพสพ เนื้อผงและเนื้อโลหะ แบบบูชาห้อยติดตัว แต่ไม่ได้รับความนิยม ด้วยเหตุที่ว่า คนจะบูชาพระแม่โพสพไว้ที่หิ้งบูชา ไม่ใช่นำมาแขวนคอ เหมือนเทพองค์อื่นๆ เช่นเดียวกับการบูชานางกวัก นอกจากนี้แล้ววัดหลายแห่งยังจัดสร้าง รูปปั้นพระแม่โพสพ ไว้ในวัด เพื่อเป็นที่สักการบูชาของชาวนาในละแวกใกล้เคียงอีกด้วย

ในบรรดาวัดที่จัดสร้าง พระแม่โพสพ รุ่นที่พิเศษที่สุดหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็ว่าได้ คือการจัดสร้างโดย พระศุภกิจ มหิทธิโก เจ้าอาวาสวัดวังหอมวิปัสสนาราม  ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  หรือที่ลูกศิษย์เรียกสั้นๆ ว่า “พระอาจารย์ชา” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง ทางด้านเมตตามหานิยมโชคลาภโภคทรัพย์ ถือว่า ได้รับความนิยมอยู่ในลำดับต้นๆ ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา พระอาจารย์ชา ได้ทำนาปลูกข้าวทิพย์ ที่วัดวังหอมวิปัสสนาราม เป็นครั้งแรก เริ่มทำพิธีแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๗ พร้อมทำพิธีสวดมนต์ปลุกเสกตลอดไตรมาส เข้าพรรษา รวมเป็นเวลาถึง ๔ เดือนเต็ม และเก็บเกี่ยวรวงข้าวทิพย์บรรจุกล่องเมื่อต้นปี มีให้บูชาทั้งแบบเป็นกอและเป็นรวง ปรากฏว่า หลังจากข้าวพระอาจารย์ชาออกมาแล้ว ได้รับความนิยมจากญาติโยมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชมรายการพลังใจ ทางเอชพลัสแชนแนล  ที่มีพระอาจารย์ชาเป็นวิทยากร ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๘.๒๐-๑๙.๓๐ น.

“อาตมาปลูกข้าวแล้วให้นำไปบูชากันเพื่อระลึกถึงคุณของพระแม่โพสพ เพราะท่านมีคุณต่อชาวนาและคนที่กินข้าวทุกคนในประเทศ ซึ่ง พระอาจารย์ชา ได้อธิบายถึงคติความเชื่อในคุณของพระแม่โพสพว่า ความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อพระแม่โพสพ เป็นความรู้สึกสำนึกถึงบุญคุณ ที่ให้อาหารเลี้ยงชีวิต ข้าวนั่นเอง คือ แม่โพสพ คนไทย จึงให้ความเคารพข้าว ไม่ใช้คำหยาบคาย หรือแช่งด่าต้นข้าว หรือเมล็ดข้าว ถ้าทำข้าวหก ก็จะก้มลงเก็บอย่างเรียบร้อย ไม่ข้าม ไม่เหยียบ ไม่ใช้เท้ากวาด ข้าวจะเก็บไว้เป็นที่เป็นทาง อย่างเรียบร้อย ไม่ทิ้งเรี่ยราด เลอะเทอะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือก ข้าวสาร หรือข้าวสุก เมื่อรับประทานข้าว จะรับประทานอย่างเรียบร้อย ไม่ทำเลอะเทอะมูมมาม เมื่ออิ่มก็จะไหว้ขอบคุณแม่โพสพ ผู้ใหญ่แต่เก่าก่อน นับถือแม่โพสพมาก เมื่อแรกทำนาจนกระทั่งถึงเวลาไถคราด เก็บเกี่ยวรวงข้าวด้วยเคียวเหล็ก จะต้องประกอบพิธีเซ่นบูชาแม่โพสพทุกระยะไป เช่น ก่อนหน้าเวลาฤกษ์แรกนา จะปลูกศาลเพียงตา สูงระดับสายตาคน ณ ที่ใดที่หนึ่ง ที่กำหนดไว้เป็นที่แรกนา ตระเตรียมเครื่องสังเวยบูชาแม่โพสพให้ครบถ้วน พร้อมทั้งกล่าวคำขวัญเป็นถ้อยคำไพเราะ อ้อนวอนแม่โพสพให้คุ้มครองรักษาต้นข้าว

ส่วน การบูชารวงข้าวทิพย์ของพระอาจารย์ชานั้น ท่านบอกว่า ให้นำบูชาขึ้นหิ้งตั้งแยกหรือรวมกับเทพองค์อื่นๆก็ได้แต่ไม่ให้วางรวมกับพระ โดยให้ตั้งกล่องข้าวเป็นแนวตั้งห้ามวางแนวนอน เมื่อจะบูชาหรือขอให้ท่านช่วยในสิ่งใดให้จุดธูป ๙ ดอก แล้วท่องคาถาบูชาพระแม่โพสพว่า โพสะวะโภชะนัง อุตตะมะ ลาภัง มัยหัง สัพพะสิทธิหิตั้ง โหตุ เสร็จแล้วก็ตั้งจิตอธิษฐานขอ

1424941602312

ตำนานพระแม่โพสพ “แม่โพสพ” ตามสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พระแม่โพสพ  แปลว่า “เทวดาประจำพืชพันธุ์ธัญญาหารทั้งปวง” มวลมนุษยชาติเชื่อถือ และกราบไหว้บูชามาตั้งแต่ครั้งโบราณของชาวไทย ลาว และละแวกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา บูชาเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญชาติ ที่เพาะปลูกตามฤดูกาล โดยจะทำพิธีบูชาแม่โพสพ ด้วยอาหาร มีข้าวปากหม้อ กล้วย อ้อย เป็นต้น แม่โพสพเป็นสตรีเพศ ร่างงาม แต่งกายด้วยผ้าผ่อนแพรพรรณสมัยโบราณ ห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าจีบชายกรอมลงมาถึงปลายหน้าแข้ง ทรงเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ตระการตา ไว้ผมยาวสลวยประบ่า มีกระจังกรอบหน้า คล้ายมงกุฎ และจอนหูงอนชดช้อย มือข้างหนึ่งชูรวงข้าว ส่วนอีกข้างถือถุงโภคทรัพย์เต็มถุง ประทับนั่งพับเพียบ เรียบร้อย แบบแพนงเชิงอย่างไทยโบราณ

ตำนานพระแม่โพสพ ตำนานหนึ่งเล่าว่า มีฤาษีมหากระไลย์โกฏอยู่สันโษในอรัญ บำเพ็ญพรหมขันธุ์ในกุฏิ เพลาหนึ่งเกิดอสุนีฟ้าฟาด อากาศวิปริตโกลาหล ฟ้าฝนก็ตกลงมามิหยุดหย่อน มีเมล็ดข้าวปลิวว่อนกระจาย พอฟ้าฝนหายฤๅษีก็เห็นเป็นอัศจรรย์ จึงจัดสรรนำไปปลูกริมฝั่งนทีสระน้ำ ฝนชะตลอดมา จนข้าวกล้าแตกรวง กาลล่วงเข้าฤดูหนาว เมล็ดข้าวแก่จัด พระฤๅษีโสมนัสยิ่งนัก ครั้นจะนำมากินก็กริ่งเกรงจะเบื่อเมา อันตัวเราก็เพิ่งพบคราวนี้ คราวหนึ่ง สกุลณีสกุณามาเป็นหมู่ บินจู่โจมกินข้าวสาลี ฤๅษีเห็นดังนั้นพลันรู้ว่า หมู่ปักษามิได้ตายวายชีวิต ก็คิดว่าคงเป็นอาหารอันโอชารส พระดาบสจึงเก็บพันธุ์ข้าวไว้เพาะปลูกกระจายลูกหลานเหลน ได้เป็นอาหารของมนุษย์สุดประเสริฐ โดยกำเนิดขององค์ดาบส ตราบเท่าทุกวันนี้

ตำนานพระแม่โพสพอีกตำนานหนึ่ง

พระแม่โพสพเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ เป็นสนมเอกขององค์อัมรินทร์ธิราช วันหนึ่งก็นำดอกไม้ไปถวายองค์อัมรินทราธิราช พระองค์ก็มองเห็นว่า แม่โพสพซึ่งมีเนื้อเหลืองดังทองนั้นผิวดูหม่นลง จึงบอกให้นางเสียสละเนื้อให้แก่ชาวโลก นางก็เสด็จลงมาโดยเก็บดอกไม้สวรรค์มาด้วย มาหาฤาษีตาไฟ ฤาษีตนนี้ปกติจะนั่งหลับตาตลอดเวลา จะลืมตาเวลาที่ดอกไม้ในป่าหิมพานต์บานเพียงครั้งเดียวโดยออกจากฌานด้วย ถ้าไม่ได้ออกจากฌานแล้วลืมตาไฟก็จะไหม้

      เมื่อพระแม่โพสพเข้าไปหาฤาษีนั้น กลิ่นดอกไม้ก็ไปเข้าจมูกฤาษี ฤาษีจึงลืมตา ไฟไหม้พระแม่โพสพลงเป็นเถ้า หล่นข้างหน้าฤาษี ฤาษีเห็นดังนั้นก็แปลกใจ และสงสารจึงชุบขึ้นมา พระแม่โพสพจึงบอกวัตถุประสงค์ว่าตนต้องการจะสละเนื้อของตนให้เป็นข้าวให้ชาวโลกกิน แล้ว กลายรูปเป็นเมล็ดข้าว พระฤาษีจึงใช้ไม้เท้าตีลงบนข้าวและอธิษฐาน ข้าวแตกกระจายเป็นแมลงเม่าบินลงมาตกทั่วภาคพื้นดิน มนุษย์จึงเก็บพืชพันธุ์ไปปลูกให้ลูกหลานกิน ในเดือน 10-11 ข้าวตั้งท้อง ตะวันจะอ้อมข้าวเพราะเกรงใจแม่โพสพที่กำลังตั้งท้อง

ตำนานแม่โพสพ ฉบับชาวพัทลุง
ในขณะที่ ตำนานแม่โพสพ ฉบับชาวพัทลุง ได้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจของ เจ้าแม่แห่งข้าว เอาไว้ดังนี้ กล่าวคือ นานมาแล้ว มีเทพธิดาองค์หนึ่ง เป็นเทพธิดาแห่งข้าว อาศัยอยู่บนสวรรค์ มีความประสงค์จะให้มวลหมู่มนุษย์ทั้งหลายนี้มีข้าวกิน จึงจำแลงกายลงมาบนโลก ในร่างของหญิงชรา อันนำพาห่อผ้ามาด้วย ซึ่งในห่อผ้านี้เอง มีเมล็ดพันธุ์ข้าวอยู่ หญิงชราเดินไปในหมู่บ้าน มีแต่ผู้คนรังเกียจ จนไปพบกระท่อมเก่าๆ หลังหนึ่ง ซึ่งมีผัวเมียผู้ใจบุญ แต่ยากไร้ซึ่งเงินทอง อาศัยให้ที่พักพิง หญิงชราซึ้งในน้ำใจของผัวเมียคู่นี้ จึงมอบห่อผ้าที่มีเมล็ดข้าวอยู่ข้างในให้ โดยบอกให้เอาเมล็ดข้าวนี้ไปโปรยลงสู่พื้นดิน เมื่อเมล็ดข้าวได้รับน้ำ ก็เกิดความชุ่มชื่น เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ออกรวงแล้วก็สุก และนำมากินเป็นอาหารได้ หญิงชราจึงให้ผัวเมียเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวนี้ไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในหมู่ บ้าน  แล้วบอกว่า นี่คืออาหารที่ใช้กินต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อพูดจบหญิงชราก็หายตัวไป

ต่อจากนั้น เมื่อถึงเดือนหกฝนก็เริ่มตก ชาวนาจะแรกไถนา ประเพณีบูชาพระแม่โพสพ และทำพิธีอัญเชิญ แม่โพสพ ลงมาเพื่อช่วยดูแลรักษาต้นข้าว ต้องมีพิธีเรียกขวัญข้าว การกระทำทุกอย่างนี้ เพื่อตอบแทนคุณ และบูชาแม่โพสพ ที่ให้ข้าวแก่มนุษย์กิน จวบจนปัจจุบัน 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s